Diamond Education

กะรัตเพชร (Carat) จัดเป็น C ตัวแรกของหลัก 4C สำคัญยังไง?

กะรัตเพชร

กะรัตเพชร (Carat) เป็น C ตัวแรกในการพิจารณาคุณภาพเพชรด้วยหลัก 4C’s ที่ถือว่ามีความสำคัญมากในการกำหนดงบประมาณการซื้อเพชร ในบทความนี้เราจะมาทำความรู้จักกับคำว่า กะรัตเพชร ให้ลึกมากยิ่งขึ้น ซึ่งตรงนี้ผมจะกล่าวถึงความหมายของคำว่า กะรัต ว่ามีที่มาจากอะไร แล้วน้ำหนัก 1 กะรัต เมื่อเทียบกับหน่วยมาตราชั่งสากลแล้วเท่ากับเท่าไหร่ รวมไปถึงน้ำหนักกะรัต ส่งผลต่อเพชรยังไงบ้าง และมีความสำคัญอย่างไรในการตัดสินใจเลือกซื้อเพชร ว่าแล้วก็ตามไปดูกันเลยครับ

ยาวไป อยากเลือกอ่าน

ที่มาของคำว่า กะรัตเพชร

กะรัตเพชร (Carat) เป็นคำที่มีต้นกำเนิดมาจากคำว่า แครอบ (Carob) ซึ่งเป็นชื่อของพืชตระกูลถั่ว โดยเมล็ดของถั่วชนิดนี้เมื่อแห้งแล้ว ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าใดก็ตาม มันก็ยังคงมีน้ำหนักคงที่ แต่ละเมล็ดมีน้ำหนักใกล้เคียงกันมากอย่างน่าอัศจรรย์ (ประมาณ 0.205 กรัม)

พ่อค้าอัญมณีสมัยก่อน จึงนิยมใช้เมล็ดแครอบนี้เป็นมาตรฐานในการชั่ง น้ำหนักของเพชร และพลอย โดยเรียกหน่วยของน้ำหนักนี้ว่า “แครอบ” โดยใช้มาตรวัดว่า เมล็ด Carob 1 เมล็ดนั้น เปรียบได้กับน้ำหนักอัญมณี 1 กะรัต

ที่มาของ กะรัตเพชร

จากนั้นคำว่า Carob ก็ค่อยๆเพี้ยนมา จนกลายเป็นคำว่า Carat หรือ “กะรัต” ในที่สุดครับ และในการประชุมใหญ่สามัญว่าด้วยเรื่องน้ำหนักและมาตรวัด ครั้งที่ 4 (The Fourth General Conference on Weights and Measures) ในปี ค.ศ. 1907 ได้มีการกำหนดหน่วยวัดอย่างเป็นทางการ โดยให้น้ำหนัก 1 กะรัต เท่ากับ 0.2 กรัม ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

การเรียก กะรัตเพชร แบบไทยไทย

ในกรณีที่เพชรมีน้ำหนักไม่ถึง 1 กะรัต ประเทศไทยของเราจะนิยมเรียกว่า ตังค์
ยกตัวอย่างเช่น

เพชร 0.30 กะรัต เรียกว่าเพชร 30 ตังค์
เพชร 0.40 กะรัต เรียกว่าเพชร 40 ตังค์
เพชร 0.50 กะรัต เรียกว่าเพชร 50 ตังค์

เป็นต้น และเพชรที่น้ำหนักเท่ากัน ไม่ได้หมายความว่าจะต้องมีราคาเท่ากัน ขึ้นอยู่กับคุณภาพด้านอื่นๆ ได้แก่ C ในลำดับถัดๆไป ได้แก่ Color (สีของเพชร), Clarity (ความสะอาดของเพชร) และ Cut (เหลี่ยมการเจียระไน) ครับผม

การเจียระไนเพชร รูปทรงต่างๆ

วิธีการวัดน้ำหนัก กะรัตเพชร

การชั่งน้ำหนักเพชร จะใช้เครื่อง Electronic  Micro-Balance Scale ซึ่งในห้องแล็ป (Laboratory) ที่ได้มาตรฐานอย่างสถาบัน GIA จะวัดน้ำหนัก โดยใช้ทศนิยมถึง 5 ตำแหน่ง เพื่อความแม่นยำ และถูกต้องมากที่สุด เช่น เพชร A ชั่งได้น้ำหนัก 1.50826 กะรัต แต่อย่างไรก็ตามในการค้าขายทั่วไป เราจะนิยมวัดถึงแค่ทศนิยมสองตำแหน่ง เช่น เพชร A ชั่งน้ำหนักได้ 1.50 กะรัตครับ

ทั้งนี้ในระบบการวัดของสถาบัน GIA นั้น จะปัดเศษขึ้นเมื่อทศนิยมตำแหน่งสุดท้ายเป็นเลข 9 เท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น เพชร B ชั่งน้ำหนักได้ 1.149 กะรัต ในที่นี้ เมื่อซื้อขายจริง เราต้องการทศนิยมเพียงแค่สองตำแหน่งเท่านั้น ดังนั้นเพชรเม็ดนี้จะหนัก 1.15 กะรัต (ปัดขึ้น) แต่หากเพชรเม็ดนี้ชั่งได้ 1.148 กะรัต จะเท่ากับว่าเพชรเม็ดนี้หนัก 1.14 กะรัต (ลงท้าย 1–8 ให้ปัดลง) นั้นเองครับผม

กะรัตเพชร VS การเจียระไน

การเจียระไน (Cutting) นั้นจะส่งผลโดยตรงต่อน้ำหนักกะรัต โดยเฉพาะการเจียระไนแบบ Round Brilliant Cut (เหลี่ยมเกสร) หากเจียระไนไม่ดี เช่น ก้นเพชร (Pavillion) ลึกไป หรือว่าขอบเพชร (Girdle) หนาเกินไป จะเป็นการเพิ่มน้ำหนักเพชรโดยใช่เหตุ

การเจียระไนเพชร

ยกตัวอย่างเช่น เพชรสองเม็ดมีขนาดหน้ากว้างเพชรที่เท่ากันเป๊ะ แต่เม็ดแรกเจียระไนสัดส่วนไม่ดี ก้นเพชรลึกเกินไป ทำให้มีน้ำหนัก 1.10 กะรัต กับเม็ดที่สอง ที่เจียระไนได้สัดส่วนดีมาก เกรด 3Ex มีน้ำหนัก 1.00 กะรัต เมื่อมองดูหน้าเพชรแล้วมีขนาดเท่ากันก็จริง แต่ในเวลาซื้อขาย ผู้ซื้ออาจจะต้องจ่ายเงินมากยิ่งขึ้น กับน้ำหนักที่เพิ่มเข้ามานี้โดยที่ไม่ได้ประโยชน์

ยิ่งไปกว่านั้นแล้ว เพชรที่น้ำหนักมาก บวกกับมีเจียระไนที่ไม่ได้สัดส่วน ยังส่งผลต่อความสวยงามของประกายไฟอีกด้วย ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่า เป็นการจ่ายเงินที่ไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย ดังนั้นในการพิจารณาคุณภาพเพชรด้วยหลัก 4C’s นี้ ถือว่า Cut Grades มีความสำคัญมากกว่า Carat Weight นั้นเองครับ 

(อ่านเพิ่มเติม : การเจียระไนเพชร (Cut) เหลี่ยมเพชรที่สมบูรณ์แบบ ตัดเกรดยังไง?)

กะรัตเพชร VS ขนาดเพชร

การเปรียบเทียบกันระหว่าง กะรัตเพชร กับ ขนาดเพชร อาจจะดูเหมือนเป็นเรื่องเดียวกัน แต่จริงๆแล้วเป็นคนละเรื่องเลยครับ โดยกะรัตเพชร (Carat) นั้น บอกน้ำหนัก แต่ขนาดเพชร (Size) บอกหน้ากว้างของเพชรนั้นเอง

หากเราลองเปรียบเทียบอัตราการเพิ่มขึ้นของน้ำหนักเพชร กับอัตราการเพิ่มขึ้นของขนาดเพชร จะพบว่า “น้ำหนักเพชร” ไม่ได้เพิ่มขึ้นในอัตราที่สัมพันธ์กับ “ขนาดเพชร” แต่อย่างใด ยกตัวอย่างเช่น เพชร 1 กะรัต จะมีขนาดประมาณ 6.4 mm แต่เพชร 2 กะรัต มีขนาดประมาณ 8.1 mm เท่านั้น ไม่ใช่นำ 6.4×2 = 12.8 mm นะครับ จะเห็นว่าน้ำหนักเพชรเพิ่มขึ้น 100% คือเพิ่มขึ้นมาอีกเท่าตัว แต่ขนาดเพชรไม่ได้เพิ่มขึ้นมาเป็นเท่าตัวตามกะรัตเพชร โดยขนาดเพชรเพิ่มขึ้นมาเพียงแค่ 30% เท่านั้นเองครับผม

ตารางเทียบ กะรัตเพชร
ตารางเปรียบเทียบ น้ำหนักและขนาดของเพชร เมื่อเพชรเจียระไนได้สัดส่วนที่เหมาะสม

กะรัตเพชร VS ราคาเพชร

ช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ เพชรดิบขนาดใหญ่ (Rough Diamond) ที่มีคุณภาพสูง และมีคุณสมบัติใช้เป็นอัญมณีได้นั้น พบได้น้อยลงเรื่อยๆ ทำให้เพชรเม็ดใหญ่ที่มีน้ำหนักมากนั้น แพงกว่าเพชรเม็ดเล็กมากๆ เช่น เพชรหนัก 2 กะรัต จะมีราคาแพงกว่าเพชรหนัก 1 กะรัต จำนวน 2 เม็ดรวมกัน ถึงแม้ว่าน้ำหนักโดยรวมจะเท่ากันก็ตาม ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่า ราคาเพชรในเกรดคุณภาพเดียวกัน ไม่ได้สูงขึ้นแบบขั้นบันไดตามสัดส่วนของน้ำหนัก แต่จะสูงขึ้นแบบก้าวกระโดดตามความหายากของผลึกเพชรดิบนั้นเองครับ

เพชรหนัก 2 กะรัต ไม่ได้แพงเป็นสองเท่าของราคาเพชร 1 กะรัต ในกรณีเดียวกัน ราคาเพชร 1 กะรัต ก็ไม่ได้แพงเป็นสองเท่าของเพชร 0.50 กะรัตครับ เนื่องจากว่าเพชรเม็ดใหญ่เกิดจากผลึกเพชรดิบที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งหาได้ยากกว่าผลึกเพชรดิบที่มีขนาดเล็กนั้นเองครับ

จุดสำคัญที่ Amoriz อยากแนะนำคือ น้ำหนักของเพชร ที่แตกต่างกันเพียงเล็กน้อย อาจส่งผลต่อราคาเป็นอย่างมาก เช่น มีเพชรสองเม็ดที่คุณภาพด้านอื่นเท่ากันหมด เม็ดแรกหนัก 0.49 กะรัต กับเม็ดที่สองหนัก 0.50 กะรัต น้ำหนักต่างกันเพียงแค่ 0.01 กะรัต แต่สองเม็ดนี้ราคาต่างกันเกือบ 50 เปอร์เซ็นต์เลยครับ ที่เป็นเช่นนี้เพราะมีความลับอยู่ที่เพชร Premium Size และ Magic Size นั้นเอง

กะรัตเพชร กับ การเจียระไน

ความลับของเพชร Premium Size และ Magic Size

1. เพชร Premium Size คืออะไร

เพชร Premium Size คือ เพชรที่มีน้ำหนักไม่เต็มสัดส่วน เช่น 0.39 กะรัต, 0.49 กะรัต, 0.69 กะรัต, 0.89 กะรัต หรือ 0.99 กะรัต เป็นต้น เพชรในสัดส่วนเหล่านี้ ตามใบราคากลางของเพชร หรือ Rapaport Price List จะถือว่าอยู่คนละสัดส่วนน้ำหนักกับสัดส่วนถัดไป เช่นสัดส่วน 0.90-0.99 กะรัต อยู่ในสัดส่วนเดียวกัน ราคาต่อกะรัตเท่ากัน ส่วน 1.00-1.49 กะรัต จัดอยู่ในสัดส่วนเดียวกัน ราคาต่อกะรัตก็จะเท่ากัน แต่จะราคาจะสูงกว่าสัดส่วนก่อนหน้า ตรงนี้พอเข้าใจกันเนอะครับ

ดังนั้นราคาต่อกะรัตของเพชร Premium Size ก็จะคิดในสัดส่วนที่ต่ำกว่าสัดส่วนถัดไป ทั้งนี้หากคุณยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับ Rapaport หรือราคากลางของเพชร เราอยากให้คุณได้อ่านบทความนี้ก่อนเพื่อความเข้าใจที่มากยิ่งขึ้น 

(อ่านเพิ่มเติมแบบละเอียด : Rapaport ราคากลางของเพชร)

2. เพชร Magic Size คืออะไร

เพชร Magic Size คือ เพชรที่มีน้ำหนักเต็มสัดส่วน เช่น 0.40 กะรัต, 0.50 กะรัต, 0.70 กะรัต, 0.90 กะรัต หรือ 1.00 กะรัต เป็นต้น หากเพชร Premium Size เปรียบได้กับเพชรที่มีน้ำหนักสุดท้าย ของสัดส่วนก่อนหน้าที่ยังอยู่ในช่วงราคาเดิม เพชร Magic Size ก็จะเปรียบเสมือนเพชรที่มีน้ำหนักแรก ของสัดส่วนถัดไปที่เป็นราคาใหม่ที่เพิ่มขึ้นมาจากเดิมนั้นเอง

ดังนั้น ถ้าเทียบเพชร Premium Size และ Magic Size เช่น 0.99 กะรัต กับ 1.00 กะรัต จะพบว่าเพชรสองเม็ดนี้มีหน้ากว้างเท่าๆกัน ประมาณ 8.1 mm แต่ราคาที่ต่างกันเพชร 0.01 กะรัตนี้ ราคาอาจต่างกันได้มากถึง 220,000 บาทเลยทีเดียวครับ

(เช็คความต่างของราคาเพชร 1 กะรัตอย่างละเอียด : เพชร 1 กะรัต ราคาเท่าไหร่?)

เพชร Premium Size

3. เพชร Premium Size VS เพชร Magic Size

แม้เพชร Premium Size และ เพชร Magic Size จะมีความแตกต่างกันของราคาอย่างมาก ในขณะที่คุณสมบัติด้านอื่นๆ แทบไม่แตกต่างกันเลย แต่การพิจารณาว่าควรจะเลือกเพชรแบบไหนดี กลับเป็นเรื่องของความรู้สึก

การได้เพชรเต็ม Size เช่น เพชร 1.00 กะรัต จะทำให้เรากล้าบอกใครต่อใคร ทำให้เราเกิดความภาคภูมิใจที่ได้เป็นเจ้าของ หากคุณมีงบประมาณเพียงพอ เลือกเพชร Magic Size จะยิ่ง Fullfill ความสุขของคุณได้เป็นอย่างดี ในขณะเดียวกัน หากคุณมีงบประมาณที่จำกัด หรือต้องการประหยัดเงิน การเลือกเพชร Premium Size ก็ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะเป็นเรื่องของความคุ้มค่า แถมยังเอางบประมาณที่เหลือไปเป็นค่าตัวเรือนได้อีก คุ้มสุดๆครับ

ทั้งนี้การได้ครอบครองเพชร Premium Size ก็อาจจะไม่ง่ายซะทีเดียว เพราะช่างส่วนใหญ่จะไม่ยอมเจียระไนให้เพชรตกไซส์นั้นเอง แต่ในความหายากนี้มีข้อดีนะครับ นั้นคือ เมื่อเพชรจำเป็นต้องตกไซส์มาแล้วอย่างเลี่ยงไม่ได้ ช่างก็ต้องเจียระไนให้สวยสุดฝีมือ เพื่อให้เพชรเม็ดนั้นส่องประกายได้งดงามที่สุด เพื่อรักษาราคาเอาไว้นั้นเองครับ

เพชรใบเซอร์ GIA

ขนาดเพชร เมื่อเทียบกับนิ้ว

ก่อนจะถึงบทสรุปของเรื่องกะรัตเพชร เชื่อว่าหลายท่าน อาจจะมีคำถามเกิดขึ้นว่า ควรจะซื้อเพชรขนาดไหนดีถึงจะคุ้มค่า และมีความเหมาะสมกับเรา ซึ่งวิธีที่ช่วยตัดสินใจได้ง่ายที่สุดก็คือ การเทียบขนาดเพชร กับนิ้วที่เราต้องการจะสวมนั้นเองครับ พอได้ขนาดที่ต้องการแล้ว จากนั้นเราค่อยมาพิจารณาน้ำหนักกะรัตกันต่อ ซึ่งเพชรที่มีหน้ากว้างเท่ากัน อาจจะมีน้ำหนักกะรัตที่แตกต่างกันก็ได้ครับ ขึ้นอยู่กับความละเอียดในการเจียระไน

ดังนั้น หากใครนึกภาพไม่ออกว่า เมื่อเพชรน้ำหนักต่างๆ ที่เจียระไนได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไปอยู่บนนิ้วแล้วจะมีขนาดประมาณไหน เมื่อเทียบกับนิ้วของเรา  Amoriz มีภาพตัวอย่างของเพชรเมื่ออยู่บนนิ้วให้ดูชมกันครับ เมื่อได้ขนาดเพชรในใจคร่าวๆแล้ว ต่อไปก็ถึงเวลาไปลองของจริงที่ร้านได้เลยครับ

ขนาดเพชรบนนิ้ว
Images courtesy of Enstock2c.top

บทสรุป

กะรัตเพชร (Carat) เป็น C พื้นฐานตัวแรก ใน การพิจารณาคุณภาพเพชรด้วยหลัก 4C’s  ที่จะช่วยกำหนดขนาด และงบประมาณเบื้องต้น ในการเลือกซื้อเพชรครับ โดยที่ 1 กะรัต มีค่าเท่ากับ 0.2 กรัม และคนไทยมีวิธีเรียกกะรัตเป็นของตัวเองว่า “ตังค์”

ดังนั้น ในการเลือกซื้อเพชร หากคุณผู้อ่านชอบเพชรที่น้ำหนักเต็มๆ อย่าง Magic Size เช่น 2.00 กะรัต, 1.00 กะรัต หรือ 0.50 กะรัต แต่ต้องการเซฟงบประมาณด้วย ก็ควรดูขนาดใกล้เคียงที่ลดลงไป 1 จุด ในกลุ่มเพชร Premium Size ด้วย เช่น 1.99 กะรัต, 0.99 กะรัต หรือ 0.49 กะรัต เพราะมีราคาถูกกว่ากันพอสมควร เนื่องจากการคิดราคาถือว่าอยู่คนละสัดส่วนน้ำหนักกัน ตามราคากลางของเพชร (Rapaport) แม้ว่าขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของเพชรจะมีขนาดใกล้เคียงกันมากก็ตามครับผม

สำหรับท่านที่มีคำถามข้อสงสัย สามารถติดต่อสอบถาม หรือขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Facebook : Amoriz Jewelry
Instagram : Amoriz Jewelry
Tel : 087-5452612

author-avatar

About M. Whittawat

เป็น Gemologist ผู้ชื่นชอบโลกของอัญมณีเป็นชีวิตจิตใจ หลงใหลในสีสัน และความงดงามของประกายไฟ มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตนเองอยู่เสมอ เพื่อไปให้ถึงการเป็นสุดยอดนักอัญมณีของไทย

Leave a Reply

Your email address will not be published.