Diamond Education

ความสะอาดของเพชร (Clarity) มลทิน ตำหนิ ควรใส่ใจหรือมองข้าม?

ตรวจสอบความสะอาดของเพชร

เพชรที่ตกผลึกตามธรรมชาติใต้แผ่นเปลือกโลก ภายใต้ความลึก ความร้อน และความดันที่สูงมาก ประกอบกับใช้ระยะเวลาหลักพันล้านปีในการตกผลึก ทำให้เพชรมักจะตกผลึก มาพร้อมมลทินภายในเสมอๆ จึงส่งผลต่อ ความสะอาดของเพชร ซึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติครับ มลทินภายในบางครั้งก็มีเสน่ห์อย่างน่าเหลือเชื่อ จึงมักเรียกว่าเป็นลายเซ็นต์ของเพชรเม็ดนั้นๆ เนื่องจากมีลักษณะเฉพาะ ไม่มีเพชรเม็ดใดเหมือนอีกแล้วนั้นเองครับ

ถ้าอยู่ภายในเราเรียกว่า มลทิน (Inclusion)
แต่ถ้าอยู่ข้างนอกเราเรียกว่า ตำหนิ (Blemish)

นอกจาก C ตัวแรก Carat (น้ำหนักของเพชร) และ C ตัวที่สอง Color (สีของเพชร) แล้ว ความสะอาดของเพชร จัดเป็น C ตัวที่สาม ซึ่งมีความสำคัญมาก จึงมีการจัดเกรดความสะอาดของเพชร ภายใต้การตรวจสอบด้วยกล้องกำลังขยาย 10x โดยประเมินจากปัจจัยดังต่อไปนี้

ผลึกเพชรดิบ

ปัจจัยในการประเมิน ความสะอาดของเพชร

1. ขนาดของมลทิน (Size)

ยิ่งมลทินมีขนาดใหญ่ หรือสามารถสังเกตได้ง่าย ก็จะยิ่งจัดว่าเพชรเม็ดนั้นๆ มีระดับความสะอาดต่ำ

2. จำนวนของมลทิน (Number)

จำนวนในที่นี้หมายถึง จำนวนของมลทินที่สามารถ “มองเห็นได้ง่าย”  ว่ามีปริมาณมากน้อยแค่ไหน เพราะถ้ายิ่งมีน้อยก็จะทำให้ระดับความสะอาดสูงขึ้น กล่าวคือ เพชรเม็ดนั้นอาจจะมีมลทินภายในขนาดเล็กมากๆ เป็นจำนวนมาก แต่ยังคงได้ระดับความสะอาดที่สูงอยู่เพราะมองเห็นไม่ชัด เทียบกับเพชรอีกเม็ดมีมลทินภายในขนาดใหญ่เพียงแค่ 1 หรือ 2 จุด ก็จะทำให้ระดับความสะอาดลดลงเพราะเห็นได้ชัดกว่านั้นเอง

3. ตำแหน่งของมลทิน (Position)

ตำแหน่งของมลทินนั้นส่งผลต่อการมองเห็นของเพชรได้ โดยมลทินที่อยู่บริเวณใต้หน้า Table จะสามารถมองเห็นได้ง่ายกว่ามลทินที่อยู่ใต้ Bezel หรือ ใกล้ๆ Girdle นอกจากนี้ ในเพชรบางเม็ดอาจมีมลทินขนาดเล็กไม่สะดุดตา แต่ถ้าอยู่ในตำแหน่งที่ทำให้เกิดการสะท้อนในหน้าเจียระไน ทำให้มองเห็นเหมือนว่ามีมลทินหลายจุดกว่าความเป็นจริง โดยเรียกเหตุการณ์ในลักษณะนี้ว่า ภาพสะท้อน (Reflector) ซึ่งเจ้าภาพสะท้อนนี้จะทำให้ระดับความสะอาดของเพชรลดลงมากกว่ามลทินที่ไม่เกิดการสะท้อน

Images courtesy of Abdiamond.Ca

4. สี และ รีลิฟ (Color and Relief)

ความแตกต่างระหว่างตัวมลทินกับเนื้อของเพชร โดยมลทินที่มีความสว่างมากๆ มืดมากๆ หรือมีสีต่างๆ ก็จะยิ่งง่ายในการมองเห็น ซึ่งจะมีผลต่อระดับความสะอาดมากกว่ามลทินที่ใสไม่มีสี

5. ชนิดของมลทิน (Nature or Type)

ชนิดของมลทิน และผลกระทบต่อความคงทนเพชร เช่น ความผิดปกติในโครงสร้างของผลึก จะมีผลต่อความสะอาดน้อยกว่าการแตกทางกายภาพของเพชร หรือรอยแตกขนาดเล็กๆ แต่ลึกมากๆ คือแตกจาก Crown ไปจนถึง Pavilion ก็จะส่งผลต่อความคงทนของเพชรได้มาก และทำให้ได้ระดับความสะอาดที่ต่ำตามไปด้วย

ลักษณะของมลทิน หรือ ตำหนิของเพชร (Clarity Characteristics)

เนื้อหาต่อไปนี้ จะบอกถึงชนิดและอธิบายลักษณะของมลทินต่างๆ ที่สำคัญและพบได้ในรีพอร์ท โปรดจำไว้ว่า มลทินภายใน (Inclusions) นั้นจะอยู่ข้างในเนื้อเพชร หรืออาจจะเกิดบริเวณพื้นผิว แต่ลึกลงไปในตัวเพชร ในขณะที่ตำหนิภายนอก (Blemishes) นั้น จะอยู่เฉพาะบริเวณพื้นผิวด้านนอกของเพชรเท่านั้น ซึ่งแต่ละชนิดมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง ผมได้อธิบายไว้ข้างล่างนี้แล้วครับ

มลทินภายใน (Inclusions)

มลทินภายในเพชร
Images courtesy of Diamondbuzz.blog
  • Bruise (Br) : เป็นพื้นที่เล็กๆ ที่เกิดจากรอยแตกที่เล็กมากๆ คล้ายกับรากไม้ โดยจะเกิดเฉพาะบริเวณ Facet Junction
  • Cavity (Cav) : เป็นพื้นผิวที่เปิดออก เกิดจากมีส่วนใดส่วนหนึ่งของรอยแตกหลุดออกไป หรือเวลาที่เพชรตกหล่น หรือมีแรงตอนเจียระไนทำให้เนื้อเพชรหลุดออก
  • Chip (Ch) : เป็นช่องเปิดตื้นๆ มักพบอยู่บริเวณขอบ Girdle, Facet Junction หรือก้นพลอย (Culet) ซึ่งเกิดความเสียหายบริเวณผิวเพชร
  • Pinpoint (Pp) : เป็นผลึกคริสตัลที่มีขนาดเล็กมากๆ คล้ายจุดเล็กๆ
  • Cloud (Cd) : กลุ่มของจุดเล็กๆ จำนวนมาก ซึ่งถ้าแยกตัวเดี่ยวๆ อาจจะเล็กเกินกว่าที่จะมองเห็นได้ แต่ถ้าอยู่รวมกันมากๆ ก็จะเห็นเป็นกลุ่มหมอก
  • Crystal (Xtl) : คือ ผลึกของแร่อื่นๆ ที่อยู่ภายในเนื้อเพชร
  • Knot (K) : คือ ผลึกของเพชรที่อยู่ภายในแล้วโผล่ออกมาบริเวณพื้นผิวหลังจากการเจียระไน
  • Etch Channel (EC) : เป็นช่องเปิดที่เป็นเหลี่ยมมุม โดยเริ่มจากพื้นผิวแล้วลึกเข้าไปในเนื้อเพชร
  • Feather (Ftr) : เป็นชื่อทั่วไปของรอยแตกในอัญมณี มักจะเห็นเป็นสีขาวคล้ายขนนก
  • Needle (Ndl) : คือ ผลึกคริสตัลที่มีลักษณะเป็นเรียวยาว คล้ายแท่งเล็กๆ
  • Indented Natural (IN) : เป็นส่วนของผลึกหยาบเดิม หรือ ผิว ซึ่งจมอยู่ในพื้นผิวที่เจียระไนแล้วของเพชร
  • Internal Graining (IG) : เป็นเส้น, มุม หรือ เส้นโค้ง โดยมักเห็นเป็นสีขาว หรือมีสี หรือเป็นแสงสะท้อน บางครั้งอาจส่งผลต่อความโปร่งใส ซึ่งเกิดจากความผิดปกติในโครงสร้างของผลึก
  • Internal Laser Drilling (ILD) : ร่องรอยของเลเซอร์ที่หลงเหลืออยู่ภายในเนื้อเพชร และไม่โผล่มาถึงพื้นผิวด้านนอก
  • Laser Drill-hole (LDH) : เป็นพื้นที่คล้ายท่อเล็กๆ ที่โผล่ถึงบริเวณพื้นผิวด้านนอก เกิดจากลำแสงเลเซอร์
  • Twining Wisp (TW) : เป็นชุดของ Pinpoint, Clouds หรือ ผลึกคริสตัล ที่เกิดในระนาบการเกิดของเพชร ร่วมกับการผิดปกติของผลึก (Crystal distortion) และระนาบแฝด (Twinning Planes)
  • Bearded Girdle (BG) : มีลักษณะเป็นรอยขรุขระที่ขอบของเพชร (Girdle ) แต่อยู่ลึกเข้าไปในเนื้อเพชร เกิดจากแรงกระแทกของการเจียระไน หรือการขัดเงาที่ขอบเพชร  ตำหนิลักษณะนี้ทำให้จางลงได้ด้วยการขัดเงา

ตำหนิภายนอก (Blemish)

ตำหนิภายนอกเพชร
Images courtesy of Delmasdiamonds.in
  • Abrasion (Abr) : คือ ชุดของรอยขีดข่วนเล็กๆ กับหลุมเล็กๆ ตามแนวขอบของหน้าเจียระไน มักจะเห็นเป็นสีขาวๆ
  • Burn (Brn) : เป็นหมอกสีขาวพาดผ่านหน้า facet หรือบริเวณที่มีความเข้มข้นสูง เกิดจากได้รับความร้อนระหว่างการขัด หรือบางครั้งอาจมากจากไฟฉายของผู้ขาย
  • Extra Facet (EF) : เป็นหน้าเจียระไนที่ไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งไม่ตรงกับสมมาตรของตัวเพชร มักพบบริเวณใกล้ๆ กับ Girdle
  • Lizard Skin (LS) : เป็นบริเวณที่ทีลักษณะเป็นคลื่นๆ หรือเป็นตะปุ่มตะป่ำ อยู่บนพื้นผิวที่ถูกขัดมันของเพชร
  • Natural (N) : คือ ส่วนของพื้นผิวเดิมของผลึกหยาบที่ยังคงหลงเหลืออยู่หลังจากการเจียระไน มักพบอยู่บน หรือ ใกล้ๆ กับ Girdle
  • Nick (Nick) : เป็นรอยบากเล็กๆ บนหน้า Facet Junction มักพบตามแนว Girdle หรือ บริเวณก้นพลอย
  • Pit (Pit) : เป็นรอยเล็กๆ คล้ายกับจุดสีขาว
  • Polish Lines (PL) : เป็นแนวเส้นตรงที่ขนานกัน เกิดจากการขัดมัน มักพบบนหน้าเจียระไนได้ทุกหน้า แต่ไม่ข้ามหน้ากัน มักมองเห็นเป็นใสไม่มีสี หรือ สีขาวก็ได้
  • Rough Girdle (RG) : คือ พื้นผิวของ Girdle ที่ผิดปกติ หรือ มีลักษณะเป็นเม็ดๆ
  • Scratch (Scr) : คือ เส้นบางๆ ทึบๆ ที่พาดผ่านพื้นผิวด้านนอกของเพชร ซึ่งไม่มีความลึก คล้ายรอยขีดข่วน
  • Surface Graining (SG) : คล้ายกับ Internal Graining เว้นแต่ว่าเกิดบนพื้นผิวด้านนอก ซึ่งเป็นผลมาจากความผิดปกติของโครงสร้างผลึก

ระดับความสะอาดของเพชร (Diamond Clarity Grading)

การประเมินค่าความสะอาดของเพชรนั้น จะพิจารณาจากจำนวน ขนาด ความยากง่าย ชนิด และตำแหน่งของมลทินต่างๆ รวมไปถึงการที่มลทิน หรือตำหนิเหล่านี้ ส่งผลกระทบต่อลักษณะปรากฏโดยรวมของเพชรมากน้อยแค่ไหน ภายใต้กล้องกำลังขยาย 10 เท่า

โดยระดับความสะอาดของเพชรนั้นแบ่งตามมาตรฐานของ GIA ได้เป็น 6 เกรด และแบ่งย่อยได้เป็น 11 ระดับ โดยเรียงจากสะอาดมากที่สุดไปน้อยสุด ดังนี้

1. Flawless (FL)

เป็นเพชรที่มีความสะอาดระดับสูงสุด จัดเป็นเพชรที่มีคุณสมบัติไร้ที่ติ และหายากมากที่สุด เนื่องจากปราศจากมลทินใดๆ ทั้งภายในและภายนอกครับ

2. Internally Flawless (IF)

เป็นเพชรที่มีความสะอาดระดับสูงสุดเช่นเดียวกับ FL แตกต่างกันตรงที่ IF จะปราศจากมลทินภายใน แต่ยังสามารถพบตำหนิภายนอกได้ ในปริมาณเพียงเล็กน้อย เป็นเกรดที่หายากมากเช่นกัน เพราะทั้งโลกนั้นจะมีเพียง 0.5% ที่อยู่ในระดับ IF Clarity

ความสะอาดของเพชร เกรด IF-FL
Images courtesy of James Allen

3. Very Very Slightly Included (VVS1, VVS2)

เป็นเพชรที่มีมลทินภายในเพียงไม่กี่จุด และเป็นมลทินที่มีขนาดเล็กมากที่สุด ซึ่งแม้แต่ผู้เชี่ยวชาญยังยากที่จะมองเห็นภายใต้กำลังขยาย 10x ต้องใช้เวลาพอสมควรในการระบุตำแหน่ง ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมองเห็นมลทินด้วยตาเปล่า โดย VVS1 จัดว่าสะอาดกว่า VVS2 ครับ

ความสะอาดของเพชร VVS1-VVS2
Images courtesy of James Allen

4. Very Slightly Included (VS1, VS2)

เป็นเพชรที่มีมลทินภายในขนาดเล็ก ในจำนวนเพียงเล็กน้อย ผู้เชี่ยวชาญสามารถมองเห็นได้โดยใช้เวลาไม่นาน ภายใต้กำลัง 10x แต่ยังไม่สามารถมองเห็นมลทินได้ด้วยตาเปล่า โดย VS1 จัดว่าสะอาดกว่า VS2 ครับ

ความสะอาดของเพชร VS1-VS2
Images courtesy of James Allen

5. Slightly Included (SI1, SI2)

เป็นเพชรที่มีมลทินภายในปานกลาง ผู้เชี่ยวชาญมองเห็นมลทินภายในได้ง่ายภายใต้กำลัง 10x ในบางกรณีสามารถมองเห็นมลทินได้ด้วยตาเปล่า โดย SI1 จัดว่าสะอาดกว่า SI2 ครับ

ความสะอาดของเพชร SI1-SI2
Images courtesy of James Allen

6. Imperfect (I1, I2, I3)

เป็นเพชรที่มีมลทินภายในมาก ผู้เชี่ยวชาญมองเห็นมลทินภายในได้อย่างชัดเจนภายใต้กำลัง 10x และยังสามารถมองเห็นมลทินได้ด้วยตาเปล่า มลทินที่เห็นจะส่งผลต่อความโปร่งใส และประกายของเพชร ในบางกรณี อาจส่งผลต่อความแข็งแรงทนทานของโครงสร้างเพชรด้วย โดยเกรดต่ำสุดคือ I3 ครับผม

ความสะอาดของเพชร I1-I3
Images courtesy of James Allen

การระบุมลทินภายในและตำหนิภายนอก (Plotting Symbols)

ในกระบวนการประเมินคุณภาพเพชร ผู้ตรวจสอบจะทำหน้าที่ในการระบุสัญลักษณ์ของมลทินภายใน และตำหนิภายนอก ลงบนไดอะแกรมของทั้งหน้า Crown และ Pavilion Facet เพื่อจะได้ระบุตำแหน่งและชนิดของมลทินภายใน และตำหนิภายนอกได้อย่างครบถ้วน โดยสัญลักษณ์ต่างๆ จะบ่งชี้ถึง ตำแหน่ง ขนาด หรือบางครั้งก็บอกรูปร่างซึ่งมีนัยสำคัญในการประเมินความสะอาด โดยจะใช้

  • สีเขียว – ตำหนิภายนอก
  • สีแดง – มลทินภายใน รวมถึงมลทินที่ทะลุถึงพื้นผิว
  • สีเขียว + สีแดง – ช่องว่าง, รอยบิ่นขนาดใหญ่, Indented Natural, จุด และรอยจากการทำเลเซอร์
  • สีดำ – Extra Facet และตำแหน่งที่มีชิ้นงานโลหะ
วิธีพลอตจุดมลทินเพชร

ความสะอาดของเพชร (Clarity) จึงเป็นอีกหนึ่ง C ที่ไม่ควรละเลย เพชรที่มีตำหนิภายนอก และมลทินภายในเยอะ แสงจะเดินทางได้ไม่สมบูรณ์ ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของเพชรเม็ดนั้นๆได้ รวมไปถึงประกายของเพชรจะน้อยลงตามไปด้วย

ทั้งนี้หากคุณผู้อ่าน เป็นคนหนึ่งที่ชอบเพชรที่มีประกายระยิบระยับสวยงาม นอกจากความสะอาดของเพชรที่คุณต้องคำนึงแล้ว ผมอยากให้คุณผู้อ่านโฟกัสอีกหนึ่ง C ซึ่งก็คือ การเจียระไนเพชร (Cut) ครับ ถือเป็น C ตัวสุดท้ายในหลัก 4C’s ที่มีความสำคัญต่อประกายของเพชรโดยตรงเลยครับ

เพชรที่มีทั้งความสะอาดระดับสูง และเจียระไนที่สมบูรณ์แบบ จัดได้ว่าเป็นเพชรที่มีประกายสวยอย่างที่สุดเลยล่ะครับ

ตารางเปรียบเทียบความสะอาดของเพชร
ตารางเปรียบเทียบ ความสะอาดเพชร ตั้งแต่ Flawless ไปจนถึง Imperfect 3

บทสรุป

ความสะอาดที่ผม แนะนำคือ ตั้งแต่ FL-VS2 ครับ แต่ทั้งนี้ควรดูเปรียบเทียบกับความสะอาดก่อนและหลังหนึ่งขั้นด้วยเช่นเดียวกันครับ เนื่องจากความสะอาดอาจจะไม่แตกต่างกันมาก แต่ได้เพชรที่ราคาดีขึ้นเยอะเลยครับ ความสะอาดของเพชร (Clarity) จึงเป็น C ตัวที่สามใน การพิจารณาคุณภาพเพชรด้วยหลัก 4C’s ที่จะช่วยกำหนดความใสบริสุทธิ์ และงบประมาณของเพชรเบื้องต้นในการเลือกซื้อเพชรครับ 

ตรงนี้เองที่ผมอยากแนะนำว่า หากคุณไม่ได้ติด Perfect มาก ควรจะเลือกระดับความสะอาดที่ VS1-VS2 ก็เพียงพอแล้วครับ เพราะมลทินภายในเหล่านี้ มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แทบจะไม่สามารถรับรู้ได้ว่ามีอยู่จริง ลดงบประมาณตรงนี้ แล้วไปเพิ่มเกรดสูงๆ ใน C ตัวอื่นๆ ผมว่าคุ้มค่ากว่าเยอะเลยครับ

สำหรับท่านที่มีคำถามข้อสงสัย สามารถติดต่อสอบถาม หรือขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Facebook : Amoriz Jewelry
Instagram : Amoriz Jewelry
Tel : 087-5452612

author-avatar

About M. Whittawat

เป็น Gemologist ผู้ชื่นชอบโลกของอัญมณีเป็นชีวิตจิตใจ หลงใหลในสีสัน และความงดงามของประกายไฟ มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตนเองอยู่เสมอ เพื่อไปให้ถึงการเป็นสุดยอดนักอัญมณีของไทย

Leave a Reply

Your email address will not be published.